ฉลาดซื้อ... ฉลาดกิน ... อ่านฉลาก ...

โดย เจ้าของร้าน
เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา

     อาหารทุกชนิดที่ผลิตจากโรงงานผลิตอาหาร เมื่อจะนำออกจำหน่าย ผู้ผลิตจะต้อวทำฉลากอาหารติดไปกับบรรจุภัณฑ์ของอาหาร ทั้งนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ตรากฎหมายที่เรียกว่า พระราชบัญญติอาหารขึ้น เพื่อคุ้มครองประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคให้ได้กินอาหารที่มีความปลอดภัย พระราชบัญญัติอาหารที่ใช้เป็นพระราชบัญญัติอาหารปี พุทธศักราช 2522 และต่อมามีการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมกฎหมายใหม่ ๆ ก็ได้มีการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับต่าง ๆ ตามมาอีกหลายฉบับบ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุดนั่นเองและเรื่องของฉลากอาหารก็เป็นข้อบังคับเรื่องหนึ่งที่มีระบุไว้ในพระราชบัญญัติอาหารปีพุทธศักราช 2522

     พระราชบัญญัติอาหารได้กำหนดให้อาหารที่วางจำหน่ายต้องมีฉลากอาหาร ทั้งนี้ฉลากอาหารจะต้องแสดงรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อของผู้บริโภค เช่น ชื่อของผลิตภัณฑ์อาหาร วัตถุดิบหลักที่ใช้ผลิตอาการ วันเดือนปี ที่หมดอายุ และ/หรือที่ผลิต และหากมีการใช้สารเจือปนอาหารก็ต้องระบุให้ทราบบนฉลากด้วย รวมทั้งน้ำหนักสุทธิของอาหารในบรรจุภัณฑ์นั้น ๆ เป็นต้น นอกจากนี้อาหารที่วางจำหน่ายจะต้องมีการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า อย. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลความปลอดภัยของอาหารให้ผู้บริโภคหรือทำหน้าที่เป็นหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคนั่นเอง เมื่อสมัยก่อนเวลาเราอ่านฉลาก เราจะเห็นเครื่องหม่าย อย. อยู่หน้ากล่องสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ซึ่งภายในกล่องสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดจะประกอบด้วยตัวอักษรย่อและตัวเลขต่าง ๆ ที่เรียกว่าเลขทะเบียนตำรับอาหาร แต่ปัจจุบันรูปแบบของเครื่องหมาย อย.เปลี่ยนไป เปลี่ยนมาใช้เลขสารบบอาหาร จะประกอบด้วยตัวเลข จำนวน 13 หลัก ซึ่งผู้บริโภคอาจจะเข้าใจยากกว่าเลขทะเบียนตำรับอาหารมาก แต่เหตุผฟลของการเปลี่ยนแปลงมาใช้เลขสารบบนี้ก็เพอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ อย. ที่จะสามารถติดตามและตรวจสอบอาหารได้ง่ายขึ้น

     นอกจากฉลากอาหารแล้วในปัจจุบันยังมีฉลากโภชนาการ ซึ่งจุดเริ่มต้นของฉลากโภชนาการก็มาจากการประชุมโภชนาการนานาชาติ ที่มีนักโภชนาการและผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น แพทย์ พยาบาล เป็นต้น มาร่วมประชุมกันเพื่อแลกเปลี่ยนความร็ต่าง ๆ ด้านอาหารและโภชนาการและการรายงานผลการวิจัยต่าง ๆ มีความเห็นพ้องกันว่าควรมีการกำหนดให้แสดงคุณค่าทางโภชนาการบนฉลากอาหารด้วย เพราะจากการศึกษาวิจัยต่าง ๆ เป็นที่ยืนยันได้ว่าอาหาร โภชนาการ และสุขภาพเกี่ยวโยงสัมพันธ์กัน มีโรคหลายโรคที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เช่น การกินเค็มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง ดังนั้น คนที่เป็นความดันโลหิตสูงจึงไม่ควรกินอาหารที่มีรสเค็ม เป็นต้น สำหรับเรื่องฉลากโภชนการในเมืองไทยเราได้รับความสนใจและตื่นตัวอย่างมากจากผู้ส่งออกอาหารไปต่างประเทศเมื่อประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดว่าอาหารที่จะส่งไปจำหน่างยังสหรัฐอเมริกาต้องแสดงฉลากโภชนาการด้วย

     สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 182 พุทธศักราช 2551 เรื่องฉลากโภชนาการ ให้อาหาร ประเภทอาหารควบคุมเฉพาะ (เช่น นม อาหารทารก อาหารในภาชนะบรรจุปิดสนิท เป็นต้น) อาหารกำหนดคุณภาพมาตรฐาน (เช่น น้ำมันและไขมัน อาหารกึ่งสำเร็จรูป น้ำปลา ชา กาแฟ เป็นต้น) และอาหารกำหนดฉลากต่าง ๆ ที่เข้าข่ายตามประกาศฯ ที่มาขออนุญาต อย. หลังจากประกาศฯฉบับนี้มีผลบังคับ ต้องแสดงฉลากโภชนาการด้วย ซึ่งในการแสดงฉลากโภชนาการจะประกอบด้วยข้อมูลบังคับคือพลังงานทั้งหมด และพลังงานที่ได้จาก ไขมัน,คาร์โบไฮเดรต,ไขมัน,โปรตีน,วิตามิน,แร่ธาตุ,(วิตามินเอ,วิตามินบี1,วิตามินบี2 แคลเซี่ยม และเหล็ก ) สารอาหารที่ต้องระวังไม่ให้กินมากเกินไปคือโคเรสเตอรอล โซเดียม ไขมันอิ่มตัว และ น้ำตาล, สารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น ใยอาหาร, สารอาหารที่ผู้ผลิตเติมลงไปในอาหารเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหาร, สารอาหารที่มีการกล่าวอ้าง เช่น มีวิตามินสูง ก็ต้องระบุบลงไปบนลากด้วย แต่การจะระบุว่า มีวิตามินหรือสารอาหารชนิดใดสูง ก็ต้องเป็นไปตามประกาศฯ กระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 182 ด้วย เพราะหากไม่เข้าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศฯ ก็ไม่สามารถกล่าวอ้างได้ จะถูกลงโทษตามกฎหมาย

     จากที่กล่าวมาข้างต้น ก็เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจฉลากและให้ความสำคัญกับการอ่านฉลาก เพราะเราจะได้เลือกซื้ออาหารที่คุ้มค่าและตรงกับความต้องการมากที่สุด อย่าเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเพราะติดในยี่ห้อหรือโฆษณาบางครั้งอาหารเหมือน ๆ กัน สองยี่ห้อ เมื่ออ่านฉลากจะใช้วัตถุดิบในการผลิตเหมือนกัน แต่เมื่อดูให้ละเอียดตรงน้ำหนักสุทธิบางครั้งจะเห็นว่ายี่ห้อหนึ่งจะมีน้ำหนักสุทธิของอาหารมากกว่าอีกยี่ห้อหนึ่ง การเลือกยี่ห้อที่มีน้ำหนักสุทธิของอาหารมากกว่าในขณะที่รายละเอียดอื่น ๆ เหมือนกัน เราก็จะได้รับประโยชน์คุ้มค่ากว่า สำหรับในกรณีของฉลากโภชนาการหากเราอ่านฉลากแล้วเห็นว่าน้ำปลาสองชนิดมีราคาที่เท่ากัน รายละเอียดอื่น ๆ ก็เหมือนกัน แต่ยี่ห้อหนึ่งมีการเสริมเหล็กและไอโอดีนด้วย การเลือกซื้อยี่ห้อที่มีการเสริมเหล็กและไอโอกีนก็จะได้รับประโยชน์มากกว่า หรือกรณีที่เราเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงต้องระวังอาการรสเค็มที่มีโซเดียมสูง ก็ต้องเลือกซื้ออาหารที่มีโซเดียมต่ำ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ทราบได้จากการอ่านฉลากนั่นเอง นอกจากนี้การเลือกซื้ออาหารก็ต้องเลือกชนิดที่ยังไม่หมดอายุ ซึ่งก็ดูได้จากฉลากนั่นเอง แล้วควรดูรูปลักษณ์ภายนอก เช่น ถ้าเป็นอาหารกระป๋อง กระป๋องก็ต้องไม่โป่งพอง หรือมีรอยปริแตกที่ตะเข็บกระป๋อง และถ้าเป็นอาหารบรรจุขวดต่าง ๆ เช่น น้ำส้มสายชู ก็ควรสังเกตดูว่าไม่มีตะกอนหรือสิ่งแปลกปลอมในขวด เป็นต้น เพื่อสุขภาพที่ดีจึงควรใส่ใจในการเลือกซื้ออาหาร ด้วยการอ่านฉลาก
Credit : http://www.goodlife.co.th/www/tips-details.php?id=2



RECOMMENDED

รหัส EU001120
1,280.00 บาท
900.00 บาท
  • สั่งซื้อ

Member

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่
ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม3,332 หน้า
ผู้ชมทั้งหมด2,352 ครั้ง
เปิดร้าน13 มิ.ย. 56
ร้านค้าอัพเดท12 ก.ย. 57

CONTACT US

0811326000
Go to Top